ส่งออกเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรมจากประเทศไทยได้อย่างไร?
คู่มือการส่งออกเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรมสำหรับผู้ผลิตไทย ครอบคลุมการรับรอง CE และ UL การหาตัวแทนจำหน่าย เงื่อนไขการชำระเงินสำหรับสินค้ามูลค่าสูง และงานแสดงสินค้าระดับโลก
common.keySummary
อุตสาหกรรมเครื่องจักรของไทยเติบโตต่อยอดจากฐานการผลิตยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรแปรรูปที่แข็งแกร่ง กลุ่มสินค้าที่ผู้ผลิตไทยมีความชำนาญเป็นพิเศษได้แก่ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ แม่พิมพ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรความเที่ยงตรงสูง ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การผลิตร่วมกับซัพพลายเชนของบริษัทระดับโลกที่ตั้งฐานในไทย ตลาดส่งออกสำคัญครอบคลุมประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่กำลังขยายภาคการผลิตและการเกษตร ไปจนถึงตลาดที่พัฒนาแล้วซึ่งต้องการชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่คุ้มค่า ความต้องการเครื่องจักรทั่วโลกมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากกระแสระบบอัตโนมัติและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ผลิตไทยที่มีมาตรฐานและบริการหลังการขายพร้อม
ภาพรวมตลาด
อุตสาหกรรมเครื่องจักรของไทยเติบโตต่อยอดจากฐานการผลิตยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรแปรรูปที่แข็งแกร่ง กลุ่มสินค้าที่ผู้ผลิตไทยมีความชำนาญเป็นพิเศษได้แก่ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ แม่พิมพ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรความเที่ยงตรงสูง ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การผลิตร่วมกับซัพพลายเชนของบริษัทระดับโลกที่ตั้งฐานในไทย ตลาดส่งออกสำคัญครอบคลุมประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่กำลังขยายภาคการผลิตและการเกษตร ไปจนถึงตลาดที่พัฒนาแล้วซึ่งต้องการชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่คุ้มค่า ความต้องการเครื่องจักรทั่วโลกมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากกระแสระบบอัตโนมัติและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ผลิตไทยที่มีมาตรฐานและบริการหลังการขายพร้อม
ภาพรวมและจุดแข็งของเครื่องจักรไทย
จุดแข็งของผู้ผลิตเครื่องจักรไทยอยู่ที่การผสมผสานระหว่างคุณภาพที่ยอมรับได้กับราคาที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น อุปกรณ์เตรียมดินและเก็บเกี่ยว ซึ่งพัฒนาจากความเข้าใจสภาพการใช้งานจริงในเขตร้อนชื้น กลุ่มเครื่องจักรแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตมากับอุตสาหกรรมอาหารส่งออกของประเทศ และกลุ่มแม่พิมพ์กับชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูงที่สั่งสมฝีมือจากการผลิตป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ประสบการณ์ทำงานภายใต้ระบบคุณภาพของลูกค้าญี่ปุ่นและตะวันตกทำให้โรงงานไทยจำนวนมากคุ้นเคยกับมาตรฐานเอกสารและการตรวจประเมินระดับสากล ซึ่งเป็นทุนสำคัญเมื่อก้าวสู่การขายเครื่องจักรภายใต้แบรนด์ของตนเองในตลาดโลก
ตลาดส่งออกหลักและการเลือกตลาดเป้าหมาย
ตลาดที่ใกล้และเข้าถึงง่ายที่สุดคือประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ที่ภาคเกษตรและการผลิตกำลังขยายตัว ความได้เปรียบด้านระยะทาง ค่าขนส่ง และความคล้ายของสภาพการใช้งานทำให้เครื่องจักรไทยเป็นตัวเลือกอันดับต้นในภูมิภาค ถัดมาคือตลาดกำลังพัฒนาอื่น เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่ต้องการเครื่องจักรคุ้มค่าใช้งานทนทาน ส่วนตลาดพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป มักเป็นตลาดของชิ้นส่วนเครื่องจักร แม่พิมพ์ และอุปกรณ์เฉพาะทางที่แข่งด้วยคุณภาพและความเที่ยงตรง ผู้ส่งออกควรเลือกตลาดตั้งต้นจากความพร้อมด้านการรับรองและศักยภาพการดูแลหลังการขาย เพราะเครื่องจักรเป็นสินค้าที่ความเชื่อมั่นในบริการมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสูงมาก
การรับรองมาตรฐาน: CE, UL และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
การส่งออกไปสหภาพยุโรปโดยทั่วไปต้องติดเครื่องหมาย CE ตามระเบียบด้านเครื่องจักรของ EU ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิตประเมินความเสี่ยง จัดทำแฟ้มเอกสารทางเทคนิค และออกคำประกาศความสอดคล้องก่อนวางตลาด ส่วนตลาดอเมริกาเหนือ ผู้ซื้อและหน่วยงานท้องถิ่นมักเรียกขอการรับรองความปลอดภัย เช่น UL หรือ CSA โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าของเครื่องจักร แนวทางสากลที่ช่วยยกระดับความพร้อมคือการออกแบบตามหลักการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเครื่องจักร เช่น แนวทางของ ISO 12100 ควบคู่กับระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 ที่ผู้ซื้อใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ควรวางแผนการทดสอบและจัดทำเอกสารตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพราะการแก้ไขย้อนหลังหลังผลิตเสร็จมีต้นทุนสูงกว่ามาก
ขั้นตอนการส่งออกและพิธีการศุลกากร
เครื่องจักรและส่วนประกอบส่วนใหญ่จัดอยู่ในพิกัดศุลกากรหมวด 84 การระบุพิกัดย่อยให้ถูกต้องมีผลต่ออัตราภาษีนำเข้าปลายทางและสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง FTA ที่ไทยมีกับหลายประเทศ เอกสารหลักได้แก่ ใบกำกับสินค้า ใบรายการบรรจุหีบห่อ ใบตราส่งสินค้า และใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) นอกจากนี้เครื่องจักรมักต้องแนบเอกสารทางเทคนิคเพิ่มเติม เช่น คู่มือการใช้งานและการติดตั้งในภาษาที่ตลาดปลายทางกำหนด แบบแปลนการติดตั้ง และรายการอะไหล่ สำหรับเครื่องจักรมือสองหรือเครื่องจักรที่ปรับปรุงใหม่ บางประเทศมีข้อจำกัดหรือขั้นตอนตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนอนุญาตนำเข้า จึงควรตรวจสอบกับผู้นำเข้าให้ชัดเจนก่อนตกลงซื้อขาย
กลยุทธ์การหาผู้ซื้อและตัวแทนจำหน่าย
โครงสร้างการขายเครื่องจักรในต่างประเทศมักอาศัยตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นที่มีทีมช่างบริการเป็นของตนเอง เพราะผู้ใช้ปลายทางต้องการความมั่นใจว่ามีผู้ดูแลเครื่องหลังติดตั้ง การคัดเลือกตัวแทนจึงควรพิจารณาความสามารถด้านเทคนิคและเครือข่ายลูกค้า ไม่ใช่เพียงยอดสั่งซื้อขั้นต่ำ ช่องทางในการพบตัวแทนและผู้ซื้อได้แก่งานแสดงสินค้าเฉพาะทางทั้งในประเทศอย่าง METALEX และ INTERMACH ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ซื้อจากอาเซียนจำนวนมาก และงานระดับโลกอย่าง Hannover Messe รวมถึงบริการจับคู่ธุรกิจของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำหรับตลาดที่ยังไม่มีตัวแทน การขายตรงให้โรงงานผู้ใช้พร้อมสัญญาบริการระยะไกลและการฝึกอบรมช่างท้องถิ่นเป็นทางเลือกที่ใช้ได้ในระยะเริ่มต้น
ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และบริการหลังการขาย
เครื่องจักรเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่มีรอบการตัดสินใจซื้อยาว การเสนอราคาควรแจกแจงให้ชัดว่าครอบคลุมอะไรบ้าง ทั้งตัวเครื่อง อุปกรณ์เสริม การติดตั้ง การฝึกอบรม และอะไหล่ชุดแรก เงื่อนไขการชำระเงินที่ใช้กันโดยทั่วไปคือการแบ่งชำระเป็นงวดตามความคืบหน้า เช่น เงินมัดจำเมื่อสั่งซื้อ งวดก่อนส่งมอบ และงวดสุดท้ายหลังการตรวจรับ ซึ่งอาจอ้างอิงการทดสอบการยอมรับที่โรงงาน (FAT) และที่หน้างาน (SAT) สำหรับคู่ค้าใหม่ควรพิจารณาใช้ L/C เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนบริการหลังการขายคือหัวใจของการขายซ้ำ ผู้ผลิตควรวางระบบสต๊อกอะไหล่ การสนับสนุนทางไกล และข้อตกลงระดับการให้บริการที่ชัดเจน เพราะชื่อเสียงด้านบริการจะกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
โลจิสติกส์และการขนส่งเครื่องจักรหนัก
การขนส่งเครื่องจักรมีความซับซ้อนกว่าสินค้าทั่วไป เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เกินขนาดตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานอาจต้องใช้ตู้แบบ Flat Rack หรือ Open Top หรือการขนส่งแบบ Breakbulk ซึ่งต้องวางแผนร่วมกับผู้รับจัดการขนส่งที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ต้น ประเด็นสำคัญได้แก่ การยึดตรึงและกันกระแทกภายในหีบห่อ การป้องกันสนิมด้วยวัสดุกันความชื้นสำหรับการขนส่งทางทะเล การทำเครื่องหมายจุดยกและจุดศูนย์ถ่วงบนหีบห่อ และการตรวจสอบข้อจำกัดถนนและท่าเรือปลายทางสำหรับสินค้าน้ำหนักมาก ประกันภัยการขนส่งควรครอบคลุมมูลค่าเต็มของเครื่องรวมค่าติดตั้งใหม่กรณีเสียหาย และควรตกลงจุดส่งมอบความเสี่ยงตาม Incoterms ให้ชัดเจนตั้งแต่ในสัญญา
งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ
งานแสดงสินค้าคือช่องทางที่ผู้ซื้อเครื่องจักรใช้เปรียบเทียบเทคโนโลยีและคัดเลือกซัพพลายเออร์ งานระดับโลกที่สำคัญที่สุดคือ Hannover Messe ที่เยอรมนี ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติ ส่วนเครื่องจักรก่อสร้างมีเวทีเฉพาะคือ bauma ที่มิวนิก สำหรับผู้ส่งออกไทย งานในประเทศอย่าง METALEX และ INTERMACH ที่กรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่า เพราะมีผู้ซื้อจากทั่วอาเซียนเดินทางมาชมงานโดยที่ต้นทุนการออกคูหาต่ำกว่างานต่างประเทศมาก การเตรียมตัวที่ดีควรมีวิดีโอสาธิตการทำงานของเครื่อง เอกสารข้อมูลจำเพาะภาษาอังกฤษ และทีมงานที่ตอบคำถามทางเทคนิคได้ทันที เพราะผู้ซื้อเครื่องจักรมักมีวิศวกรร่วมเจรจาตั้งแต่ครั้งแรก
ประเภทผู้ซื้อ
ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศปลายทาง
พันธมิตรหลักของการขายเครื่องจักรข้ามประเทศ มีเครือข่ายลูกค้าและทีมช่างบริการท้องถิ่น การคัดเลือกตัวแทนที่มีความสามารถด้านเทคนิคเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จระยะยาว
โรงงานอุตสาหกรรมผู้ใช้งานปลายทาง
ผู้ซื้อที่ตัดสินใจจากความคุ้มค่ารวมตลอดอายุการใช้งาน ทั้งราคา ประสิทธิภาพ และบริการหลังการขาย เหมาะกับการขายตรงเมื่อมีระบบสนับสนุนทางไกลที่พร้อม
ผู้รับเหมาโครงการและผู้วางระบบ (System Integrator/EPC)
ผู้จัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นชุดสำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานหรือสายการผลิตใหม่ มักต้องการเอกสารทางเทคนิคครบถ้วนและกำหนดส่งมอบที่แน่นอน
ผู้ผลิตเครื่องจักรที่จัดซื้อชิ้นส่วนและโมดูล (OEM)
ผู้ผลิตเครื่องจักรแบรนด์ต่างประเทศที่จัดซื้อชิ้นส่วน แม่พิมพ์ หรือโมดูลจากไทยเพื่อประกอบในสายการผลิตของตน เป็นตลาดที่ให้คำสั่งซื้อสม่ำเสมอสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง
ผู้นำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
ผู้นำเข้าที่กระจายเครื่องมือและอุปกรณ์ให้ร้านค้าและโรงงานขนาดกลางถึงเล็ก เหมาะกับสินค้ามาตรฐานที่ขายเป็นปริมาณ เช่น เครื่องมือไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริมของเครื่องจักร
การรับรองที่จำเป็น
งานแสดงสินค้าหลัก
| ชื่องานแสดงสินค้า | สถานที่จัด | ช่วงเวลาจัด |
|---|---|---|
| Hannover Messe | ฮันโนเวอร์ เยอรมนี | เดือนเมษายน (จัดทุกปี) |
| bauma | มิวนิก เยอรมนี | จัดทุก 3 ปี |
| METALEX | กรุงเทพฯ ประเทศไทย | เดือนพฤศจิกายน (จัดทุกปี) |
| INTERMACH | กรุงเทพฯ ประเทศไทย | ประมาณเดือนพฤษภาคม (จัดทุกปี) |
คำถามที่พบบ่อย
A. โดยทั่วไปเครื่องจักรที่วางตลาดในสหภาพยุโรปต้องติดเครื่องหมาย CE ตามระเบียบด้านเครื่องจักรของ EU กระบวนการเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของเครื่อง ออกแบบมาตรการป้องกันตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแฟ้มเอกสารทางเทคนิค คู่มือการใช้งาน และคำประกาศความสอดคล้อง สำหรับเครื่องจักรบางประเภทที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงอาจต้องให้หน่วยตรวจสอบที่ได้รับแจ้ง (Notified Body) มีส่วนร่วมด้วย ผู้ผลิตที่เพิ่งเริ่มต้นควรปรึกษาที่ปรึกษาด้าน CE หรือห้องปฏิบัติการทดสอบตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขเครื่องย้อนหลังซึ่งมีต้นทุนสูง
ค้นหาผู้ซื้อ เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ใน Rinda
AI วิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรม เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม และแนะนำผู้ซื้อต่างประเทศที่ดีที่สุด สามารถใช้ผ่าน Export Voucher ได้
รับคำแนะนำผู้ซื้อทันที (ฟรี)