จะส่งออกไปสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร?
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักของไทยมาอย่างยาวนาน คู่มือนี้สรุปสิ่งที่ผู้ส่งออกไทยควรรู้ ตั้งแต่กฎระเบียบ FDA การหาผู้ซื้อ ไปจนถึงโลจิสติกส์จากท่าเรือแหลมฉบัง
สรุปประเด็นสำคัญ
สหรัฐอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจและตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นปลายทางส่งออกอันดับต้น ๆ ของสินค้าไทยหลากหลายกลุ่ม ทั้งอาหารแปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง ข้าวหอมมะลิ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสหรัฐฯ มีความหลากหลายสูงทั้งในเชิงภูมิภาคและเชื้อชาติ ชุมชนชาวเอเชียและร้านอาหารไทยจำนวนมากทั่วประเทศช่วยให้สินค้าอาหารไทยเป็นที่รู้จักและมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน ขณะเดียวกันตลาด B2B สำหรับวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมก็มีขนาดใหญ่มาก อย่างไรก็ตามไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี สินค้าส่วนใหญ่จึงเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) และนโยบายภาษีของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ส่งออกจึงควรตรวจสอบอัตราภาษีล่าสุดเสมอก่อนเสนอราคา
ภาพรวมตลาด
สหรัฐอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจและตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นปลายทางส่งออกอันดับต้น ๆ ของสินค้าไทยหลากหลายกลุ่ม ทั้งอาหารแปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง ข้าวหอมมะลิ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสหรัฐฯ มีความหลากหลายสูงทั้งในเชิงภูมิภาคและเชื้อชาติ ชุมชนชาวเอเชียและร้านอาหารไทยจำนวนมากทั่วประเทศช่วยให้สินค้าอาหารไทยเป็นที่รู้จักและมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน ขณะเดียวกันตลาด B2B สำหรับวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมก็มีขนาดใหญ่มาก อย่างไรก็ตามไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี สินค้าส่วนใหญ่จึงเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) และนโยบายภาษีของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ส่งออกจึงควรตรวจสอบอัตราภาษีล่าสุดเสมอก่อนเสนอราคา
ลักษณะตลาดและแนวโน้ม
ตลาดผู้บริโภคสหรัฐฯ มีการแบ่งกลุ่มที่ละเอียดและแตกต่างกันมากตามภูมิภาค เมืองใหญ่ชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกมีกำลังซื้อสูงและเปิดรับสินค้านานาชาติ ส่วนพื้นที่ตอนกลางให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า อาหารไทยและร้านอาหารไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วสหรัฐฯ ทำให้สินค้าอาหารและเครื่องปรุงรสจากไทยมีฐานความต้องการที่ชัดเจน นอกจากนี้เทรนด์สุขภาพ ความยั่งยืน และสินค้าจากพืช (plant-based) เป็นกระแสที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปไทย การซื้อสินค้าออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภค การมีข้อมูลสินค้าและคอนเทนต์ภาษาอังกฤษที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น
กฎระเบียบและการรับรองหลัก
สหรัฐฯ มีหน่วยงานกำกับดูแลแยกตามประเภทสินค้า ผู้ส่งออกไทยควรตรวจสอบล่วงหน้าให้ครบถ้วน อาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FDA โดยโรงงานอาหารต้องจดทะเบียนสถานประกอบการ (Food Facility Registration) และปฏิบัติตามกฎหมาย FSMA ซึ่งรวมถึงข้อกำหนด FSVP ที่ผู้นำเข้าฝั่งสหรัฐฯ ต้องตรวจสอบซัพพลายเออร์ต่างประเทศ สินค้าเกษตรบางประเภทเกี่ยวข้องกับ USDA เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารต้องผ่านข้อกำหนด FCC ส่วนสินค้าอุปโภคทั่วไปอยู่ภายใต้กฎความปลอดภัยของ CPSC มาตรฐานอย่าง HACCP และ GMP เป็นพื้นฐานที่ผู้ซื้อฝั่งสหรัฐฯ มักขอดูจากโรงงานไทย ทั้งนี้รายละเอียดกฎระเบียบมีการปรับปรุงอยู่เสมอ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่ปรึกษาก่อนส่งออกจริง
วัฒนธรรมและธรรมเนียมทางธุรกิจ
นักธุรกิจอเมริกันนิยมการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา รวดเร็ว และมุ่งเน้นผลลัพธ์ การตอบอีเมลภายในหนึ่งวันทำการถือเป็นมารยาทพื้นฐาน การนำเสนอควรกระชับและอ้างอิงข้อมูลที่เป็นรูปธรรม สัญญาและเอกสารทางกฎหมายมีความสำคัญมาก และความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability) ค่อนข้างสูง ผู้ส่งออกไทยจึงควรพิจารณาทำประกันภัยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์เมื่อขายสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ซื้อรายใหญ่มักขอเอกสารด้านจริยธรรมซัพพลายเออร์ มาตรฐานแรงงาน และระบบคุณภาพ เช่น ISO 9001 เมื่อสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วคู่ค้าอเมริกันมักทำงานระยะยาว แต่ก็พร้อมเปลี่ยนซัพพลายเออร์หากราคาหรือคุณภาพไม่แข่งขัน
กลยุทธ์การค้นหาผู้ซื้อ
ช่องทางหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ ที่ผู้ส่งออกไทยใช้ได้จริงมีหลายทาง งานแสดงสินค้าใหญ่ประจำอุตสาหกรรม เช่น งานด้านอาหารและสินค้าธรรมชาติ งานอิเล็กทรอนิกส์ หรืองานแฟชั่น เป็นโอกาสพบผู้นำเข้าโดยตรง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศหลายแห่งในสหรัฐฯ ที่ช่วยจับคู่ธุรกิจและให้ข้อมูลตลาด แพลตฟอร์มอย่าง Thaitrade.com และ LinkedIn ช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อ B2B ได้ตรงตามอุตสาหกรรมและตำแหน่งงาน สำหรับสินค้าอาหารไทย ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเอเชียและเครือข่ายร้านอาหารไทยเป็นประตูเข้าสู่ตลาดที่สำคัญ ส่วนสินค้าผู้บริโภคทั่วไปสามารถเริ่มจากการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อทดสอบตลาดก่อนขยายสู่ค้าปลีกออฟไลน์
ขั้นตอนพิธีการศุลกากรและโลจิสติกส์
การขนส่งทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบังหรือกรุงเทพไปยังชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ใช้เวลาโดยประมาณ 3-4 สัปดาห์ ส่วนชายฝั่งตะวันออกใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสายเรือ การขนส่งทางอากาศจากสนามบินสุวรรณภูมิเหมาะกับสินค้ามูลค่าสูงหรือเร่งด่วน พิธีการนำเข้าฝั่งสหรัฐฯ โดยทั่วไปดำเนินการผ่านตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่ผู้นำเข้าแต่งตั้ง สินค้าที่ส่งทางเรือต้องยื่นข้อมูล ISF ล่วงหน้าก่อนเรือออก เอกสารหลักได้แก่ ใบกำกับสินค้า รายการบรรจุหีบห่อ และใบตราส่งสินค้า ผู้ส่งออกควรทำงานร่วมกับ freight forwarder ที่มีประสบการณ์เส้นทางไทย-สหรัฐฯ และเผื่อเวลาสำหรับการตรวจปล่อยของหน่วยงานอย่าง FDA ในกรณีสินค้าอาหาร
กลยุทธ์ราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน
การตั้งราคาสำหรับตลาดสหรัฐฯ ต้องคำนวณต้นทุนให้ครบ ทั้งค่าระวาง ภาษีนำเข้าในอัตรา MFN ค่าธรรมเนียมพิธีการ และค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เนื่องจากไทยไม่มี FTA กับสหรัฐฯ และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบอัตราภาษีตามพิกัด HS ล่าสุดก่อนเสนอราคาเสมอ เงื่อนไขการชำระเงินที่พบบ่อยคือ T/T แบบมีเงินมัดจำล่วงหน้าและชำระส่วนที่เหลือก่อนส่งมอบเอกสาร สำหรับคู่ค้าใหม่ควรหลีกเลี่ยงเครดิตเทอมยาวจนกว่าจะมีประวัติการค้าที่ดี และอาจพิจารณาใช้ L/C หรือประกันการส่งออกของ EXIM Bank ของไทยเพื่อลดความเสี่ยงการไม่ได้รับชำระเงิน
กลยุทธ์การตลาดและการปรับให้เข้ากับท้องถิ่น
ฉลากและบรรจุภัณฑ์ต้องเป็นภาษาอังกฤษตามข้อกำหนดของสหรัฐฯ เช่น ฉลากโภชนาการสำหรับอาหาร และการแสดงส่วนประกอบสำหรับเครื่องสำอาง การเล่าเรื่องแหล่งที่มาของสินค้าไทย เช่น วัตถุดิบจากแหล่งเพาะปลูกไทยหรือสูตรอาหารไทยแท้ เป็นจุดขายที่ใช้ได้ดีในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความแปลกใหม่และของแท้ การรีวิวสินค้าและคะแนนบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจซื้อ จึงควรลงทุนกับคุณภาพภาพสินค้า คำอธิบาย และการดูแลลูกค้าหลังการขาย หากงบประมาณจำกัด การเริ่มจากตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ร้านค้าสินค้าเอเชียหรือช่องทางออนไลน์เฉพาะทาง มักคุ้มค่ากว่าการพยายามเข้าเครือค้าปลีกใหญ่ตั้งแต่ต้น
ภาษีนำเข้าและข้อควรรู้ด้านภาษี
ปัจจุบันไทยกับสหรัฐฯ ไม่มีความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี สินค้าไทยส่วนใหญ่จึงเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) ซึ่งแตกต่างกันตามพิกัดสินค้า บางรายการอัตราต่ำหรือเป็นศูนย์อยู่แล้ว แต่บางกลุ่มสินค้าอาจมีอัตราสูงหรือมีมาตรการเพิ่มเติม นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ผู้ส่งออกจึงควรตรวจสอบอัตราภาษีล่าสุดเสมอจากผู้นำเข้า ตัวแทนออกของ หรือหน่วยงานอย่างกรมการค้าต่างประเทศและ DITP ก่อนตกลงราคา นอกจากนี้ควรระบุพิกัด HS ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะการสำแดงพิกัดผิดอาจนำไปสู่ค่าปรับหรือความล่าช้าในการตรวจปล่อย
วัฒนธรรมทางธุรกิจ
ประเภทผู้ซื้อ
เครือค้าปลีกรายใหญ่
สั่งซื้อปริมาณมากและต่อเนื่อง แต่มีเงื่อนไขเข้มงวดด้านราคา มาตรฐานโรงงาน และการส่งมอบตรงเวลา มักต้องผ่านการตรวจประเมินซัพพลายเออร์ก่อนเริ่มค้าขาย
ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย
เป็นช่องทางเริ่มต้นที่เหมาะกับผู้ส่งออกไทยรายใหม่ เพราะรู้จักกฎระเบียบและช่องทางกระจายสินค้าในสหรัฐฯ ดี ช่วยจัดการพิธีการนำเข้าและคลังสินค้าได้
ผู้ขายบน Amazon และอีคอมเมิร์ซ
เหมาะกับสินค้าผู้บริโภคที่ต้องการทดสอบตลาด สั่งซื้อล็อตเล็กกว่าแต่หมุนเวียนเร็ว ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ รีวิว และความพร้อมด้านเอกสารนำเข้า
ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอุตสาหกรรม B2B
จัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูปจากฐานการผลิตไทย ตัดสินใจจากคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และเสถียรภาพของซัพพลายเชนมากกว่าราคาต่ำสุด
ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเอเชียและร้านอาหารไทย
เครือข่ายร้านค้าสินค้าเอเชียและร้านอาหารไทยจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ เป็นช่องทางสำคัญของอาหาร เครื่องปรุง และวัตถุดิบไทย เข้าใจสินค้าไทยดีและมีฐานลูกค้าประจำ
ข้อมูลโลจิสติกส์
ระยะเวลาที่ใช้
ทางทะเลจากแหลมฉบังไปชายฝั่งตะวันตกโดยประมาณ 3-4 สัปดาห์ ชายฝั่งตะวันออกนานกว่านั้น ทางอากาศโดยประมาณ 2-4 วัน
ค่าขนส่งโดยประมาณ
ค่าระวางผันผวนตามฤดูกาลและสถานการณ์ตลาด เส้นทางข้ามแปซิฟิกถือว่าค่อนข้างสูง ควรขอใบเสนอราคาจาก freight forwarder หลายรายเปรียบเทียบ
วิธีการชำระเงิน
คำถามที่พบบ่อย
A. ปัจจุบันไทยยังไม่มีความตกลงการค้าเสรีทวิภาคีกับสหรัฐฯ สินค้าส่วนใหญ่จึงเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ (MFN) ตามพิกัดสินค้า และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบอัตราภาษีล่าสุดกับผู้นำเข้า ตัวแทนออกของ หรือกรมการค้าต่างประเทศก่อนเสนอราคาเสมอ
ค้นหาผู้ซื้อใน สหรัฐอเมริกา ได้ที่ Rinda
AI วิเคราะห์ลักษณะตลาด สหรัฐอเมริกา และแนะนำผู้ซื้อที่เหมาะสมที่สุดให้อัตโนมัติ สามารถใช้งานผ่าน Export Voucher ได้เช่นกัน
รับคำแนะนำผู้ซื้อฟรีเลย