วิธีใช้ Export Voucher สำหรับค่าโฆษณา Google และ LinkedIn: สรุปหัวข้อการตลาดดิจิทัลฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ปฏิบัติงาน
คุณสามารถใช้สิทธิ์ Export Voucher สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับโฆษณา Google, แคมเปญ LinkedIn และ SaaS ด้านการตลาดได้จริง เราสรุปรายการตรวจสอบฉบับสมบูรณ์ตั้งแต่การตรวจสอบรหัสหมวดหมู่ของ KOTRA, การเตรียมเอกสารสำหรับเบิกจ่าย ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับการค้นหาผู้ซื้อด้วย AI

วิธีใช้ Export Voucher สำหรับค่าโฆษณา Google และ LinkedIn: สรุปหัวข้อการตลาดดิจิทัลฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ปฏิบัติงาน
สรุปใจความสำคัญ (TL;DR) การใช้หัวข้อการตลาดดิจิทัลของ Export Voucher ช่วยให้คุณนำงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลมาใช้กับค่าโฆษณา Google และแคมเปญ LinkedIn ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถชำระเงินโดยตรงไปยังแพลตฟอร์มได้ แต่จำเป็นต้องทำสัญญาจ้างผ่านบริษัทตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนกับ KOTRA เท่านั้น เรียนรู้ขั้นตอนการตรวจสอบตั้งแต่การสมัครจนถึงการเบิกจ่ายจากรายการตรวจสอบในบทความนี้
การตลาดดิจิทัลด้วย Export Voucher: ข้อเท็จจริงที่นักการตลาดไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับการเบิกค่าโฆษณา Google
หากคุณเคยใช้สิทธิ์ Export Voucher ด้านการตลาดดิจิทัล ไม่คุ้มค่า และทุ่มงบประมาณไปกับการออกบูธงานแฟร์และค่าแปลเอกสารเพียงอย่างเดียว บทความนี้อาจช่วยให้คุณเปลี่ยนความคิดได้ จริงๆ แล้วค่าโฆษณา Google, ค่าแคมเปญ LinkedIn หรือแม้แต่ค่าสมาชิก SaaS สำหรับการตลาดอัตโนมัติ ต่างก็เป็นรายการที่เบิกจ่ายจาก Export Voucher ได้ แต่บริษัทส่วนใหญ่มักมองข้ามไป เนื่องจากชื่อหมวดหมู่ที่ใช้เป็นภาษาทางการ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างเราตัดสินใจยากว่า "รายการนี้เบิกได้จริงหรือไม่?"

Export Voucher คือโครงการสนับสนุนการส่งออกที่ดำเนินการโดยกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและ KOTRA เพื่อมอบเงินสนับสนุนค่าการตลาดต่างประเทศให้กับ SME หากอ้างอิงจากประกาศของ KOTRA การรับรู้วาโครงการนี้เหมาะสำหรับค่าออกงานแฟร์หรือค่าแปลเท่านั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะในระบบการจำแนกหมวดหมู่มีการระบุชัดเจนถึงหัวข้อ 'การตลาดออนไลน์' และ 'การจ้างงานด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดต่างประเทศ' แม้กระนั้น หากคุณไม่ตรวจสอบว่า 'Google Search Ads' หรือ 'LinkedIn Sponsored Content' ตรงกับรหัสหมวดหมู่ใด หรือบริษัทคู่ค้าที่คุณใช้บริการอยู่เป็นผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนกับ KOTRA หรือไม่ คุณอาจเจอปัญหาในขั้นตอนการเบิกจ่ายได้ บทความนี้จะสรุปทุกขั้นตอนให้คุณตั้งแต่วิธีตรวจสอบสิทธิ์ไปจนถึงเอกสารการเบิกจ่าย
รายการที่ใช้ Export Voucher ได้: การตลาดดิจิทัลครอบคลุมไปถึงไหนบ้าง
หากอ้างอิงจากการจำแนกหมวดหมู่ที่ประกาศโดย แพลตฟอร์ม Export Voucher ของ KOTRA การใช้งาน Export Voucher ด้านการตลาดดิจิทัล จะอยู่ในหมวด "การตลาดออนไลน์" และ "การจ้างงานด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดต่างประเทศ" เป็นหลัก ทั้งนี้ รหัสหมวดหมู่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ดังนั้นควรตรวจสอบจากประกาศของปีนั้นๆ เป็นสำคัญ
สรุปประเภทการดำเนินการที่ผู้ปฏิบัติงานมักสอบถามเข้ามาบ่อยที่สุด:
| ประเภทการดำเนินการ | หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|
| Google Search Ads / Display Ads | การตลาดออนไลน์ | การขึ้นทะเบียนกับ KOTRA ของบริษัทตัวแทน |
| LinkedIn Sponsored Content / InMail | การตลาดออนไลน์ / รับจ้างประชาสัมพันธ์ | ต้องใช้รายงานแคมเปญเป็นหลักฐาน |
| โฆษณา B2B บน Meta (FB/IG) | การตลาดออนไลน์ | การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายต่างประเทศ |
| ออกแบบเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ / Landing Page | ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ | หลักฐานผลงานที่นำส่ง |
| สมาชิก SaaS สำหรับการตลาดอัตโนมัติ | การตลาดออนไลน์ / การใช้แพลตฟอร์มส่งออก | การขึ้นทะเบียนกับ KOTRA ของบริษัท SaaS |
| ผลิตวิดีโอเพื่อผู้ชมต่างประเทศ | ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ | ความถูกต้องของผู้ผลิตและใบนำส่ง |
ประเด็นสำคัญคือ คุณไม่สามารถใช้ Export Voucher จ่ายค่าโฆษณา Google หรือ LinkedIn โดยตรงไปยังแพลตฟอร์มได้ คุณจำเป็นต้องดำเนินการผ่าน บริษัทโฆษณาหรือเอเจนซี่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ (Supplier) กับ KOTRA เท่านั้น คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการได้ที่เมนู 'ค้นหาผู้ให้บริการ' ในแพลตฟอร์ม Export Voucher
ยังมีรายการที่ไม่สามารถสนับสนุนได้หรือเป็นพื้นที่สีเทา เช่น การทำ SEO ในประเทศไทย, โฆษณาบนโซเชียลที่เจาะกลุ่มในไทย หรือเงินเดือนพนักงานภายใน โปรดจำไว้ว่าคุณต้องพิสูจน์ให้เห็นในสัญญาและรายงานการดำเนินการว่าแคมเปญนั้นเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน

วิธีใช้ Export Voucher: จากการสมัครจนถึงการเบิกจ่ายสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
การสมัคร Export Voucher จะจัดขึ้นปีละ 1-2 ครั้งตามประกาศของ KOTRA คุณสมบัติผู้สมัคร (จากสถิติการส่งออก, ขนาดบริษัท) และวงเงินสนับสนุนจะแตกต่างกันไปตามวงจรของแต่ละปี
ขั้นตอนการใช้ Export Voucher:
ขั้นตอนที่ 1 — ตรวจสอบสิทธิ์และสมัคร: ลงทะเบียนบนแพลตฟอร์ม Export Voucher ของ KOTRA และแนะนำให้ตั้งค่าการแจ้งเตือนไว้เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาเปิดรับสมัคร
ขั้นตอนที่ 2 — เลือกผู้ให้บริการ: เลือกบริษัทเอเจนซี่ที่คุ้นเคยกับการใช้ Voucher และมีประสบการณ์ในการทำโฆษณา Google/LinkedIn หากทำงานกับบริษัทที่ไม่เคยใช้ Voucher มาก่อน อาจเกิดความผิดพลาดในการระบุข้อมูลสัญญาจนนำไปสู่การปฏิเสธการเบิกจ่ายได้
ขั้นตอนที่ 3 — ทำสัญญา: ชื่อบริการในสัญญาต้องตรงกับรหัสหมวดหมู่ของ Voucher อย่าระบุเพียงว่า 'รับจ้างการตลาดดิจิทัล' เพราะอาจถูกปฏิเสธได้ แนะนำให้ระบุรหัสหมวดหมู่กำกับในสัญญาไว้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 4 — รวบรวมหลักฐานระหว่างดำเนินการ: ต้องเก็บรายงานแคมเปญที่มีข้อมูลยอด Impression, Click และ Conversion ไว้เสมอ ไม่สามารถใช้เพียงภาพหน้าจอรายเดือนได้ แต่ต้องเป็นรายงานอย่างเป็นทางการที่ดาวน์โหลดจากแพลตฟอร์มเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 5 — ยื่นเบิกจ่าย: ส่งรายงานผลการโฆษณา, ใบกำกับภาษี และรายงานผลลัพธ์พร้อมกัน ใบกำกับภาษีต้องออกในนามโครงการ Voucher หากเป็นใบกำกับภาษีเงินสดทั่วไปจะไม่สามารถเบิกได้
นอกจากนี้ ให้ระวังเรื่องช่วงเวลา หากแคมเปญสั้นกว่าช่วงที่ Voucher รองรับ จะไม่สามารถเบิกในส่วนที่เกินกำหนดได้ ดังนั้นควรวางแผนตารางเวลาให้ครอบคลุมและแม่นยำ
การจำลองค่าใช้จ่ายก่อนและหลังการสนับสนุน
ตัวอย่างบริษัทผลิตภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรม (สมมติฐานการคำนวณเบื้องต้น):
- แคมเปญ LinkedIn B2B: 3 ล้านวอน/เดือน
- Google Search Ads (target ต่างประเทศ): 2 ล้านวอน/เดือน
- ค่าสมาชิก SaaS การตลาด: 0.5 ล้านวอน/เดือน
- ผลิตสื่อภาษาอังกฤษ: 1 ล้านวอน/เดือน
รวมเดือนละ 6.5 ล้านวอน หรือประมาณ 78 ล้านวอนต่อปี หากอัตราสมทบที่บริษัทต้องจ่ายคือ 30% คุณจะประหยัดงบประมาณได้มหาศาลเมื่อเทียบกับการนำงบทั้งหมดไปใช้เพียงเพื่อออกบูธงานแฟร์
จากโฆษณา สู่การค้นหาผู้ซื้อ และระบบอัตโนมัติ: การใช้ Voucher แบบ Full Stack
แทนที่จะใช้ Voucher เป็นเพียงตัวช่วยลดค่าโฆษณา ให้มองว่าเป็นการสร้างท่อส่งการตลาด (Marketing Pipeline):
① โฆษณา Google·LinkedIn (ดึงดูดผู้ใช้งาน) → ดึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพเข้ามาที่ Landing Page
② แพลตฟอร์มค้นหาผู้ซื้อด้วย AI (คัดกรอง Leads) → คัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและได้ DB ผู้ซื้อในตลาดเป้าหมายที่ยังไม่ได้ติดต่อไว้
③ อีเมลอัตโนมัติ (ปิดการขาย) → ส่ง Cold Email ที่ปรับแต่งมาเพื่อผู้ซื้อแต่ละรายเพื่อปิดเป็นงานขาย
RINDA เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยค้นหาผู้ซื้อต่างประเทศและทำระบบอัตโนมัติ ซึ่งหากบริษัทผู้ให้บริการขึ้นทะเบียนกับ KOTRA คุณจะสามารถเบิกใช้ด้วยหมวด 'การตลาดออนไลน์' ได้ ซึ่งคุ้มค่ากว่าการทุ่มงบให้แค่โฆษณาเพียงอย่างเดียว
3 ขั้นตอนที่ทำได้ทันที
สัปดาห์นี้ — ตรวจสอบคุณสมบัติและตารางเวลา: เข้าดูประกาศที่ KOTRA Export Voucher
เดือนนี้ — รวบรวมข้อมูลผู้ให้บริการและวางแผนหมวดหมู่: ค้นหาเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์การใช้ Voucher จริงและตรวจสอบรหัสหมวดหมู่
เดือนถัดไป — การวางแผนงบประมาณ: นำงบมาจัดสรรใหม่ระหว่างการออกงานแฟร์และการทำตลาดดิจิทัล และเตรียมระบบจัดเก็บหลักฐานการเบิกจ่ายให้พร้อม
หากต้องการเชื่อมโยงการทำโฆษณาเข้ากับการค้นหาผู้ซื้ออัตโนมัติ คุณสามารถลองปรึกษาหรือขอ RINDA Free Demo เพื่อตรวจสอบว่าสามารถใช้ Voucher เข้ามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้อย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
Q. ต้องสมัครโฆษณา Google โดยตรงถึงจะใช้ Voucher ได้ไหม? A. ไม่ได้ คุณต้องทำสัญญาจ้างผ่านเอเจนซี่ที่ขึ้นทะเบียน KOTRA เท่านั้น
Q. จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าค่าแคมเปญ LinkedIn เบิกได้จริง? A. ตรวจสอบจาก 'ตารางจำแนกหมวดหมู่' ในประกาศของปีนั้นๆ บนแพลตฟอร์ม KOTRA และแนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ KOTRA โดยตรงผ่านเอกสารหากไม่แน่ใจ
Q. รายงานโฆษณาสำหรับการเบิกจ่ายต้องเตรียมอย่างไร? A. ต้องเป็นรายงานอย่างเป็นทางการที่ดาวน์โหลดจากแพลตฟอร์ม (Google Ads/LinkedIn Manager) ที่ครอบคลุมช่วงเวลาการโฆษณาทั้งหมด และควรตกลงรูปแบบรายงานกับเอเจนซี่ตั้งแต่ก่อนเริ่มสัญญา



