Skip to main content
Rinda Logo

วันที่ Shopee ฆ่าการ "ค้นหา": สินค้าญี่ปุ่นจะอยู่รอดอย่างไรในยุคที่ AI เป็นคนเลือกให้

"ยอดขายสินค้าญี่ปุ่นบน Shopee ตกลงกะทันหัน ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" นี่คือคำปรึกษาที่ผมได้รับหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีมานี้ ไม่ใช่เพราะคุณภาพสินค้าลดลงหรือราคาแพงขึ้น แต่ทำไมการมองเห็นถึงลดลงและขายไม่ออกกันนะ?

GRINDA AI
21/5/2569
อ่าน 3 นาที
แชร์
วันที่ Shopee ฆ่าการ "ค้นหา": สินค้าญี่ปุ่นจะอยู่รอดอย่างไรในยุคที่ AI เป็นคนเลือกให้

วันที่ Shopee ฆ่าการ "ค้นหา": สินค้าญี่ปุ่นจะอยู่รอดอย่างไรในยุคที่ AI เป็นคนเลือกให้

ในช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับคำปรึกษาหลายครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์บน Shopee ซึ่งเป็นสมรภูมิหลักของการทำ Cross-border EC ว่า "ยอดขายสินค้าญี่ปุ่นตกลงกะทันหัน ทั้งที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรเลย"

ไม่ใช่เพราะคุณภาพสินค้าเริ่มแย่ลงหรือมีการขึ้นราคาแต่อย่างใด แต่จู่ๆ อัตราการมองเห็นกลับลดน้อยลง จนทำให้ขายสินค้าไม่ออก

ในตอนนี้ สิ่งที่เคยเป็น "เหตุผลที่มองไม่เห็น" เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ


การ "ค้นหา" กำลังสูญเสียความเป็นพระเอกในโลก Cross-border EC

เมื่อก่อน กระบวนการซื้อขายบน EC นั้นเรียบง่ายมาก ผู้ใช้พิมพ์ค้นหาคำว่า "แชมพูญี่ปุ่น" หรือ "หม้อหุงข้าว Made in Japan" แล้วก็เลือกสินค้าจากผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมา

แต่โครงสร้างนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบและมั่นคงครับ

ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา Shopee ได้เสริมความแกร่งให้ระบบฟีดส่วนตัว (Personalized Home Feed) และเปลี่ยนไปใช้อัลกอริทึมแนะนำสินค้าด้วย AI ที่จะ "นำเสนอสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ" ก่อนที่ผู้ใช้จะทันได้พิมพ์ค้นหาด้วยซ้ำ ซึ่งอาจเป็นการตอบโต้พฤติกรรมการซื้อที่ TikTok Shop สร้างให้กลายเป็นเรื่องปกติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง "เห็นแล้วก็อยากได้ทันที" และยังสอดคล้องกับการที่ Shopee ให้ความสำคัญกับ Live commerce มากขึ้น

แม้แต่ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ขายที่เราดูแลผ่านแพลตฟอร์ม Rinda ก็เริ่มเห็นแนวโน้มว่า สินค้าญี่ปุ่นประเภทเดียวกันมีสัดส่วนการเข้าชมผ่านการค้นหา (Search) ที่ลดลง ในขณะที่การเข้าชมผ่านฟีด (Feed) เพิ่มสูงขึ้น หมายความว่าผู้ขายที่ทำการปรับแต่งเพื่อ SEO เพียงอย่างเดียวกำลังเสียเปรียบในโครงสร้างตลาดแบบใหม่นี้ครับ


ในยุคที่ AI ของ Shopee เป็นผู้กำหนด สินค้าญี่ปุ่นจะชนะด้วยอะไร?

ผมอยากให้ลองหยุดคิดดูสักนิดครับว่า เมื่อ AI หรืออัลกอริทึมการแนะนำเลือกสินค้าให้ เราต้องตั้งคำถามว่ามันใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์?

คำตอบสั้นๆ คือ "ข้อมูลการมีส่วนร่วม" (Engagement Data) ครับ อัตราการคลิก (CTR), อัตราการซื้อ, จำนวนรีวิวและคะแนน, อัตราการหยิบใส่ตะกร้า, ระยะเวลาในการดู Live, และจำนวนครั้งที่แชร์ ระบบจะประมวลสัญญาณเหล่านี้จากพฤติกรรมผู้ใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งสินค้านั้นให้คนอื่นเห็นต่อหรือไม่

จุดแข็งที่สินค้าญี่ปุ่นสั่งสมมานานใน Shopee คือ "ความเชื่อมั่นในคุณภาพ" แต่ปัญหาคืออัลกอริทึมไม่สามารถอ่านค่า "ความเชื่อมั่น" นั้นได้โดยตรง มันสามารถประเมินคุณภาพได้ผ่านตัวบ่งชี้ทางอ้อมเท่านั้น เช่น ข้อความในรีวิว, อัตราการซื้อซ้ำ, หรืออัตราการคืนสินค้าที่ต่ำ

ในทางกลับกัน นั่นหมายความว่า สินค้าญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม หากไม่มีสัญญาณการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่ง ก็จะถูกอัลกอริทึมของ Shopee มองข้ามไปโดยปริยาย

"มั่นใจในคุณภาพนะ แต่ไม่รู้จะสื่อสารอย่างไร" นี่คือสถานการณ์จริงที่ผู้ขายบน Shopee ส่วนใหญ่กำลังเผชิญครับ


3 เหตุผลที่การ "ปรับแต่งคำค้นหา (SEO)" เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป

1. สัดส่วนของหน้า Home Feed และ Shop Tab เปลี่ยนไป

เมื่อเปิดแอป Shopee ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะเลื่อนดูหน้าฟีดก่อน สินค้าที่แสดงนั้นถูกคัดสรรจากสิ่งที่ผู้ใช้เคยดู เคยซื้อ หรือร้านค้าที่ติดตาม ดังนั้นการใช้แถบค้นหาจึงจำกัดเฉพาะกรณีที่ "รู้อยู่แล้วว่าต้องการซื้ออะไร" เท่านั้น หากต้องการเข้าถึงผู้บริโภคที่ยังตัดสินใจไม่ได้ สินค้าของคุณต้องไปปรากฏอยู่ในฟีดให้ได้ครับ

2. Live Commerce และวิดีโอคอนเทนต์ได้รับความนิยมมากกว่า

Shopee ผลักดัน Shopee Live อย่างหนัก สินค้าที่มีการจัดไลฟ์หรือมีรีวิววิดีโอประกอบ มักจะมีลำดับการแสดงผลที่ดีกว่า (แม้จะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่อัลกอริทึมมักจัดลำดับให้สูงขึ้น) การมีเพียงภาพนิ่งและคำบรรยายสินค้าแบบเดิมๆ จึงกลายเป็นจุดเสียเปรียบสำหรับผู้ขายที่ยังไม่คุ้นเคยกับการทำวิดีโอหรือไลฟ์สด

3. "รีวิวเชิงอารมณ์" ในภาษาท้องถิ่นคืออาหารชั้นดีของอัลกอริทึม

ที่ผ่านมาคุณภาพและจำนวนรีวิวมีความสำคัญเสมอ แต่ในปัจจุบัน "เนื้อหา" ในรีวิวก็มีผลมากที่สุด รีวิวแบบยาวที่มีการแสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น "ประทับใจมาก" "ไม่เปลี่ยนใจไปใช้ยี่ห้ออื่นอีกแล้ว" "ลูกชอบมาก" จะช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมและส่งสัญญาณบวกให้กับอัลกอริทึมได้อย่างดีเยี่ยม

ในทางกลับกัน การแปลรายละเอียดสินค้าจากภาษาญี่ปุ่นผ่านเครื่องมือแปลภาษาอัตโนมัติแล้วสรุปออกมา มักจะทำให้ลูกค้าท้องถิ่นเข้าถึงอารมณ์ได้ยาก และส่งผลต่อคุณภาพของรีวิวในอนาคตด้วยครับ


เหตุผลที่สินค้าญี่ปุ่นยังสามารถเติบโตในตลาดออนไลน์ต่างประเทศได้จริง

ไม่ใช่ทุกอย่างจะน่าเศร้าไปเสียหมดครับ จากการวิเคราะห์ข้อมูล ผมพบข้อเท็จจริงสำคัญว่า

ในโลกที่ AI เป็นคนแนะนำสินค้า "การทำ Brand Recall (นึกถึงแบรนด์)" ยิ่งทวีความสำคัญขึ้น

เมื่อผู้ใช้เห็นสินค้าในฟีด เขาจะตัดสินใจซื้อแบรนด์ที่ไม่รู้จักจากอะไร? สุดท้ายแล้วป้ายกำกับว่า "Made in Japan" หรือ "สินค้าญี่ปุ่น" ก็ยังคงเป็นทางลัดที่สำคัญที่สุดในการสร้างความไว้วางใจ

จากรายงานของ Google & Temasek / Bain & Company เรื่อง "e-Conomy SEA 2023" ระบุว่าเหตุผลหลักที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลือกสินค้าต่างประเทศคือ "ความเชื่อมั่นในคุณภาพ" โดยเฉพาะในหมวดของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอาง อาหาร และของใช้เด็ก ป้าย "Made in Japan" ยังคงช่วยเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อได้จริง

เพียงแต่เงื่อนไขสำคัญคือสินค้าของคุณจะต้อง "ปรากฏอยู่ในฟีด" เสียก่อน ความน่าเสียดายคือสินค้าคุณภาพสูงหลายแบรนด์ถูกละเลยเพียงเพราะขาดสัญญาณการมีส่วนร่วมเท่านั้นครับ


ต้องเปลี่ยนอะไรเพื่อชัยชนะใน Cross-border EC?

ผมไม่ได้จะบอกว่าให้เลิกทำ SEO นะครับ แต่ต้องการให้เปลี่ยนจาก "พึ่งพา SEO เพียงอย่างเดียว" ไปสู่ "การสร้างโครงสร้างที่รวบรวมสัญญาณการมีส่วนร่วมหลายทาง"

อย่าปล่อยผ่านการรีวิว

กระตุ้นให้ลูกค้าเขียนรีวิวผ่านข้อความหลังการขาย (ตามนโยบายของ Shopee) การควบคุมคุณภาพและปริมาณรีวิวให้ได้ จะช่วยส่งผลโดยตรงต่อการปรากฏในฟีดครับ

สร้างฐานผู้ติดตามร้านค้า

ร้านที่มีผู้ติดตามจำนวนมากมีโอกาสสูงที่จะถูกแนะนำในฟีดของผู้ติดตาม การใช้ฟีเจอร์อย่าง "แจกคูปองให้ผู้ติดตาม" จะนำไปสู่การมองเห็นที่ยั่งยืนในระยะยาว

ลดกำแพงการทำ Live สด

ไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะต้องไลฟ์แบบสตูดิโอใหญ่เตรียมตัวเยอะ เริ่มจากการไลฟ์สั้นๆ 15-20 นาทีสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้อัลกอริทึมเริ่มจดจำร้านของคุณ ความต่อเนื่องสำคัญกว่าความอลังการครับ

ใส่ใจเรื่องการแปลและการปรับเนื้อหา (Localization)

อย่าทิ้งคำบรรยายไทย อินโดนีเซีย หรือเวียดนามไว้กับการแปลด้วย AI ล้วนๆ การจ้างล่ามหรือนักเขียนอิสระที่เข้าใจภาษาท้องถิ่นช่วยปรับสำนวนให้ตรงกับคำค้นหาและไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ จะช่วยยกระดับคุณภาพของหน้าสินค้าคุณได้อย่างมหาศาลครับ


การ "ค้นหา" ไม่ได้หายไป แต่ยุคที่ "พึ่งพามันอย่างเดียวไม่ได้" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แม้ชื่อหัวข้อจะฟังดูรุนแรงไปบ้าง แต่ระบบการค้นหาก็จะยังคงอยู่สำหรับ "คนที่มีความต้องการซื้อชัดเจนอยู่แล้ว" เพียงแต่ในวันที่เราต้องการเข้าถึงผู้บริโภคที่ "ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี" ช่องทางผ่าน ฟีด, ไลฟ์, และวิดีโอ คือเส้นทางที่สำคัญที่สุด

เมื่อภาคธุรกิจญี่ปุ่นต้องการใช้ Shopee เป็นช่องทางขายสินค้า สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนแนวคิดจาก "ลงสินค้าแล้วรอให้คนมาเจอ" ไปเป็นการ "สร้างสัญญาณเชิงรุกเพื่อให้ AI มองเห็น"

หากคุณมั่นใจในคุณภาพ จงพิสูจน์มันด้วยการรวบรวมข้อมูล ทั้งรีวิว อัตราการคืนสินค้า และการซื้อซ้ำ ที่อัลกอริทึมอ่านได้ นี่คือหนทางที่เป็นจริงที่สุดที่สินค้าญี่ปุ่นจะเติบโตต่อไปในยุคที่ AI เป็นคนเลือกให้ครับ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: การเปลี่ยนอัลกอริทึมของ Shopee ส่งผลต่อทุกหมวดสินค้าเหมือนกันไหม?

A: ส่งผลต่างกันครับ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เครื่องสำอาง หรือสินค้าเด็ก จะได้รับผลกระทบสูงเพราะลูกค้ามักซื้อผ่านการแนะนำในฟีด แต่สำหรับสินค้าเทคนิคเฉพาะทางหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งลูกค้ามักจะค้นหาเจาะจงอยู่แล้ว การทำ SEO ยังคงมีผลสูงครับ ต้องปรับกลยุทธ์ตามประเภทสินค้า

Q2: การเริ่มทำ Live สดโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวได้ผลไหม?

A: ได้ผลบ้าง แต่เทียบกับการใช้ภาษาท้องถิ่นไม่ได้แน่นอนครับ สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่คือวิธีที่ฉลาดที่สุด เน้นความสม่ำเสมอและถี่ แทนการไลฟ์ยาวๆ ครั้งเดียว เพื่อให้อัลกอริทึมให้คะแนนเราบ่อยขึ้นครับ

Q3: หากจะเริ่มส่งออกสินค้าญี่ปุ่นผ่าน Shopee ควรเริ่มจากตรงไหน?

A: ลำดับคือ 1) ปรับปรุงภาษาในหน้าสินค้า 2) วางระบบรวบรวมรีวิวหลังการขาย 3) สร้างฐานผู้ติดตามร้านค้า การทำ SEO ยังสำคัญ แต่ต้องไม่ลืมการสะสมสัญญาณการมีส่วนร่วมอื่นๆ ตั้งแต่ต้น ซึ่งจะเป็นรากฐานให้ร้านค้าของคุณอยู่รอดในระยะยาวครับ


RINDA Japan Market Desk · ฝ่ายดูแลตลาดญี่ปุ่นสำหรับผู้ส่งออก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาพันธมิตรต่างชาติและการทำ Cross-border EC คลิกที่นี่ → RINDA


#CrossBorderEC #การตลาดต่างประเทศ #ส่งออกสินค้า #ขยายตลาด #ShopeeTips #BusinessAI

CrossBorderECShopeeกลยุทธ์ส่งออกญี่ปุ่นAIแนะนำสินค้าการตลาดออนไลน์ต่างประเทศShopeeSEOกลยุทธ์ธุรกิจญี่ปุ่นการขายต่างประเทศการแปลภาษาlocalizeRindaAI